Make your own free website on Tripod.com
Home ข่าวสาร คุณธรรม บทความ เกี่ยวกับผม

 

ซื่อสัตย์กันเถอะ

กตัญญูดีกว่า

อดทนเป็นนิจ

กล้าหาญชาญชัย

พยายามเข้าไป

คิดบวกให้เป็นนิสัย

เสียสละบ้าง

รู้จักให้อภัย

รับผิดชอบหน่อยเซ่

สามัคคีกันเถิดจะเกิดผล

 


สามัคคี

   "สามัคคี คือพลัง"   พูดเรื่องนี้แล้วรู้นึกถึงตอนเล่นฟุตบอลสมัยเรียน เชื่อหรือไม่ว่า เวลาเล่นฟุตบอลนั้น ถ้าในข้างเรามาคนที่ไม่อยากเล่นอยู่,อยู่แล้วเล่นแบบไม่เต็มใจ หรือแม้แต่ไม่มีแรงหรือไม่มีอารมณ์อยากจะเล่นแล้วล่ะก็ คนเหล่านี้จะเปรียบเสมือนหนอนบ่อนไส้ของทีมคุณทีเดียวครับ ทีมฟุตบอลของเราจะเล่นได้ยากลำบาก ทำอะไรก็ไม่ขึ้น โชคไม่เข้าข้างทุกอย่างเลยล่ะครับ ผมรู้สึกได้ว่าอย่างนั้น มันไร้ชิวิตชีวาในทีมเหมือนกับว่าทีมไม่กระตือรือร้น ทั้งที่เราก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะวิ่งเข้าหาบอลและทำทุกอย่างเท่าที่เราจะทำได้ ผมว่าหลายๆคนในทีมก็กำลังทำอยู่ กำลังพยายามวิ่ง แต่บรรยากาศ และความรู้สึกมันก็จะดูเหมือนกับว่าเราควบคุมอะไรไม่ได้เลย และก็หดหู่จริงๆ เฮ้อ! .....ไม่รู้จะบรรยายยังไงถูกครับ ผิดกลับตอนที่ทุกคนอยากเล่นพร้อมใจกัน และแต่ละคนในทีมก็รักและไม่มีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อนเลย โอ้โห.......ทำอะไรก็ดีไปหมดครับ เตะมั่วยังเข้าประตูเลยให้ตายเถอะ ผมเคยยิงลูกที่ไม่คิดว่าจะเข้าเข้ามาหลายต่อหลายลูกแล้วล่ะครับบอกให้ แต่จะว่าไปผมก็เก่งอยู่แล้วล่ะครับ (น่านคุยซะหน่อย)

    บรรยากาศเหล่านี้ที่ยกมาผมว่าบ่งบอกเรื่องความสามัคคีได้อย่างดีทีเดียวครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นตอนทำงาน เวลาคนนั้นมีปัญหากับคนนี้ บรรกาศมันน่าหดหู่ไม่ผิดกันแม้ทุกคนจะตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่ผลงานออกมายังไง ก็ไม่เข้าตากรรมการ จนแม้แต่คนที่ทำงานชิ้นนั้นเองก็ไม่เข้าใจว่า "เอ๊ะทำไมเราทำงานออกมาได้เท่านี้เอง"   ความไม่สามัคคีของพวกเราเองล่ะครับเป็นตัว ฉุดรั้ง เปรียบเสมือนภาระที่เราเอามากลากไว้ ไม่ต่างจากเล่นฟุตบอลไปทั้งๆที่มีโซ่ล่ามขาอยู่อะไรทำนองนั้น หากมีงานใหญ่ๆจะต้องทำแล้วล่ะก็ผมแนะนำให้ เคลียร์ปัญหากันอย่างเปิดอกกันไปเลยครับ ว่า "มีอะไรติดข้างกันมาก่อนนั้น ขอให้เราลืมซะครั้งนี้เราจะมาช่วยกันทำงานนะ"  ทำได้หรือปล่าวครับบางครั้งมันก็ทำยากเหมือนกันน้า............ เวลาเจอคนที่เราเกลียดเข้าไส้ อะไรอย่างนั้นหน่ะ ถ้าทำไม่ได้ผมแนะนำให้คุณเปิดอ่าน ในเรื่องการ "รู้อภัย" เป็นบทต่อไปครับ....................

    ความสามัคคีอาจจะเป็นตัววัดความเป็นผู้ใหญ่ของคุณก็ได้ครับ เพราะมันจะแสดงออกให้คุณรู้ว่า คุณพร้อมที่จะแบ่งแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว มากหรือน้อยแค่ไหน สำหรับบางคนนั้นแม้ว่าจะมีอายุเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว แต่ความเป็นผู้ใหญ่ นั้นค่อนข้างน้อยจริงๆครับ ทั้งนี้มันมาจากการฝึกฝนหัดที่จะพัฒนาจิตใจมากขึ้นๆ ทุกวันคนที่จะฝึกแบบนี้ก็มีเป็นกลุ่มๆไปครับ เช่นคนที่จะทำงานด้ายบริหาร ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ เป็นต้น แต่บางคนก็ได้การฝึกฝนจาก ประสบการณ์จริงที่ได้เคย ผ่านร้อนผ่านหนาว มาเป็นอย่างมากในชีวิตจึงมีความ ช่ำชองรู้จักสถานะการณ์เป็นอย่างดี

    สำหรับบางท่านที่มีความสงสัยว่าเอ๊ะทำไมไม่ค่อยมีคนนับถือเราเท่าที่ควรนะ อันนี้อาจจะเป็นคำตอบที่ท่านกำลังมองหาอยู่ก็ได้ครับ เพราะท่านไม่เคยย้อนกลับมาดูตนเอง และเมื่อท่านไม่เคยดูท่านก็ไม่รู้ความผิดพลาดของตน ดังนั้นท่านจึงอาจศูนย์เสียโอกาสในการ พัฒนาตนเองไปในที่สุด ดังคำว่า"ผิดเป็นครู" แต่ก็ไม่สายครับเมื่อใดก็ตามเรารู้ความผิดหรือ ข้อบกพร่องของตนแล้วก็ควรจะพยายามปรับปรุงแก้ไขกันไป ชีวิตท่านก็ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

สุดท้ายก็ขอให้เรา มาสามัคคีกันเถอะครับ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวคือไม่ต้องคอยระแวดระวังศตรูที่ไหน และเพื่อประโยชน์โดยรวม ของหน้าที่การงาน อีกทั้ง เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติของเรา เหมือนที่ปัจจุบันมีการพูดถึง กันบ่อยๆไงล่ะครับ

คริต แด็ดดี้ร็อค